ประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่มารับบริการ ช่วยตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT)**** เชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่สนใจสมัครเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรบุคลากรเฉพาะด้านความความรับผิดชอบต่อสังคมประจำโรงงาน จัดอบรมโดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ได้ที่ http://masci.or.th/csr_140661 หรือโทร 0 2617 1727 ต่อ 814-815**** เชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่สนใจสมัครเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรบุคลากรเฉพาะด้านความรับผิดชอบต่อสังคมประจำโรงงาน ได้ที่ http://www.psds.tu.ac.th/training1 หรือโทร 0 2564 4440 79 ต่อ 1033**** “เชิญผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ CSR-DIW Continuous 2562  โดยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ www.csrdiw.com” หรือโทร 0 2202 4025**** “คณะกรรมการประหยัดการใช้พลังงาน น้ำ และกระดาษของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันประหยัดพลังงาน น้ำ และกระดาษด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศา อย่านำของร้อนไปแช่ในตู้เย็น ผู้ที่มีรถยนต์ควรเติมลมยางให้พอดี หมั่นเช็คเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ ทางเดียวกันไปด้วยกันก็ช่วยประหยัดได้ น้ำสำคัญกับการใช้ชีวิตควรปิดน้ำระหว่างแปรงฟันหรือทำธุระส่วนตัว กระดาษผลิตจากต้นไม้ควร ใช้ทั้ง 2 หน้าและลดการใช้ให้น้อยลง”**** ศูนย์บริการสารพันทันใจ เปิดให้บริการในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และ วันเสาร์เวลา 08.30-12.00 น.**** ผู้ประกอบการสามารถติดตามการดำเนินการอนุญาตโรงงาน ผ่านทาง website ได้ที่นี่****


นับแต่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
 
 
 
 
นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา
     วันนี้ (13 มีนาคม 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา "ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย...ในอนาคต" พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การขับเคลื่อน Factory 4.0 and Circular Economy" โดยมี นายบรรจง สุกรีฑา  นายกรณ์ภัฐวีญ์  ม่วงน้อย นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ ร่วมเปิดงาน ทั้งนี้ภายในงาน ยังมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “เตรียมพร้อมอย่างไร กับ DIW-Self Declaration” โดย นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม  ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ
     รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า การที่จะช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน  การลดปริมาณของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิต  ที่ประสิทธิภาพต่ำ ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า และเกินความจำเป็น ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดลดน้อยลงและหาได้ยากมากยิ่งขึ้น Circular Economy หรือ เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และการเติบโตในระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต โดยให้ความสำคัญครอบคลุม 4 ด้าน ดังนี้
  1) การผลิต (Manufacture/Production) โดยการส่งเสริมการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม(Circular product design) และการพัฒนากระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสู่นวัตกรรมการออกแบบตลอดห่วงโซ่ของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle) 2) การบริโภค (Consumption) โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการลดการใช้หรือใช้น้อยเท่าที่จำเป็น (Reduce) ตลอดจนมีข้อมูลของผลิตภัณฑ์ 3) การจัดการของเสีย (Waste Management) โดยการปรับปรุงขั้นตอนการจัดการของเสีย และการลงทุนการจัดการของเสียในระยะยาว 4) การใช้วัตถุดิบรอบสองหรือการแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบรอบสอง หรือการแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้มีการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
     นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังกล่าวต่ออีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดนโยบาย Factory 4.0 ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้นโยบาย Factory 4.0 ใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1) ด้านโรงงานที่เน้นให้เกิดประสิทธิภาพและผลิตภาพ Productivity มุ่งเน้นการส่งเสริมให้โรงงานเป็น Smart factory โดยการนำเทคโนโลยดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต   ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น   มีการขยายระบบอัตโนมัติขึ้นและเพิ่มระบบการบริการในตัวผลิตภัณฑ์ ตลอดจน การปรับบทบาทการกำกับดูแลให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกลดขั้นตอน ต้นทุนและระยะเวลา
     ทั้งนี้  กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะใช้ระบบกำกับดูแลโรงงานรูปแบบใหม่ ผ่านระบบการประเมินและรับรองตนเอง หรือ Self- Declaration การอนุญาตต่างๆ จะทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การรายงานต่าง ๆ ผ่านทาง on line ร่วมกับการตรวจสอบโดย third party รวมทั้งการทำ Big Data หรือข้อมูล สารสนเทศขนาดใหญ่ผ่านระบบดิจิทัล  
  2) ด้านชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  จะสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม     การยกระดับ SMEs ผ่านกลไกศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Industrial Transformation : ITC) และกลไก Big Brother รวมทั้งดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชมุชน เช่น โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village : CIV) 3) ด้านสิ่งแวดล้อม จะส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แนวคิด Circular Economy เช่น การนำของเสีย และวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม การใช้เทคโนโลยีรีไซเคิล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคอุตสาหกรรม สามารถนำของเสียและวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น 4) ทรัพยากรมนุษย์ จะมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงแรงงาน ภาคอุตสาหกรรมการสร้างอาชีพและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนภายใต้การสนับสนุนบุคลากรอาชีวศึกษา การสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับแรงงานสูงอายุหลังเกษียณโดยการสร้างผู้ประกอบการใหม่วัยเกษียณ
     นอกจากการสัมมนาแล้ว ยังมีการฝึกอบรมใน 4 หัวข้อที่น่าสนใจ คือ
  1) การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น
  2) กฎหมายความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
  3) การถ่ายทอดแนวทางการรับรองตนเองของผู้ประกอบกิจการโรงงาน (Self-declaration) และการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบเอกชน (Third party)
  4) ประชาสัมพันธ์การใช้งานระบบสารสนเทศความปลอดภัยหม้อน้ำและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 เพื่อยกระดับความปลอดภัยหม้อน้ำ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 450 คน