"พิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2561 (THE PRIME MINISTER'S INDUSTRY AWARD 2018)"  โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2561 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล**** เชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่สนใจสมัครเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรบุคลากรเฉพาะด้านความรับผิดชอบต่อสังคมประจำโรงงานได้ที่ http://masci.or.th/csr_140661/ หรือโทร 0 2617 1727 ต่อ 814-815**** “คณะกรรมการประหยัดการใช้พลังงาน น้ำ และกระดาษของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันประหยัดพลังงาน น้ำ และกระดาษด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศา อย่านำของร้อนไปแช่ในตู้เย็น ผู้ที่มีรถยนต์ควรเติมลมยางให้พอดี หมั่นเช็คเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ ทางเดียวกันไปด้วยกันก็ช่วยประหยัดได้ น้ำสำคัญกับการใช้ชีวิตควรปิดน้ำระหว่างแปรงฟันหรือทำธุระส่วนตัว กระดาษผลิตจากต้นไม้ควร ใช้ทั้ง 2 หน้าและลดการใช้ให้น้อยลง”**** ศูนย์บริการสารพันทันใจ เปิดให้บริการในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และ วันเสาร์เวลา 08.30-12.00 น.**** ผู้ประกอบการสามารถติดตามการดำเนินการอนุญาตโรงงาน ผ่านทาง website ได้ที่นี่****


นับแต่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
 
 
 
 
ก.อุตฯ ลงนามสกัดกั้นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด ดึง 6 ส่วนราชการผนึกกำลังร่วมเฝ้าระวังยาเสพติด
       วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561 เวลา 09.00 น. นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การเฝ้าระวังและป้องกัน ปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการโรงงาน ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร
 
โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานดังกล่าวร่วมลงนาม และมีนางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
 
ทั้งนี้ โครงการโรงงานทั่วไทยร่วมใจต้านภัยยาเสพติด ดำเนินการในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ระหว่าง พฤศจิกายน 2561 – มกราคม 2561 โดยกระทรวงฯ จะควบคุมดูแล การนำเข้าและส่งออกสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ผลิตยาเสพติด จำนวน 20 รายการตามบัญชีแนบท้าย ประกาศกระทรวงยุติธรรม และมีมาตรการกวดขันเพิ่มมากขึ้น ทั้งการผลิต การนำเข้าและส่งออก และครอบครอง พร้อมทั้งการเน้นเข้าตรวจสอบสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสารโซเดียมไซยาไนด์ทุกโรง และเชิญชวนโรงงานทั่วประเทศเข้าโครงการฯ ซึ่งมีเป้าหมายอย่างน้อย 1,000 โรง คนงาน 50,000 คน โดยสถานประกอบการที่เข้าร่วมจะดำเนินกิจกรรมในเชิงรณรงค์ป้องกัน และการตรวจหาสารเสพติดกับพนักงานที่เข้มข้นในช่วงเวลาดังกล่าว และ นอกจากการลงพื้นที่ตรวจกำกับดูแลโรงงานฯ ตามแผนการตรวจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ยังจะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นยาเสพติดในโรงงานกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด จำนวน 324 อำเภอ ใน 64 จังหวัดทั่วประเทศ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งจะดำเนินการรูปแบบเดียวกับการจัดการปัญหา ขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกในช่วงที่ผ่านมา